GAS

ก๊าซออกซิเจนอุตสาหกรรม (Industrial Oxygen,O)

คือก๊าซออกซิเจนที่ถูกผลิตและบรรจุในถังเพื่อนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น

  • การตัดและเชื่อมโลหะ (Oxy–fuel cutting & welding)
  • การเผาไหม้เพื่อเพิ่มอุณหภูมิของเปลวไฟ
  • การผลิตเหล็กและกระจก
  • การบำบัดน้ำเสีย และกระบวนการทางเคมี

 คุณสมบัติเด่น:

  • ช่วยเร่งการเผาไหม้ ทำให้ได้ความร้อนสูง
  • เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต
  • ใช้งานได้ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม

ก๊าซออกซิเจนทางการแพทย์ (Medical Oxygen,O₂)

คือก๊าซออกซิเจนที่ผ่านการผลิต บรรจุ และควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานการแพทย์ ใช้สำหรับ การรักษาและช่วยชีวิตผู้ป่วย

 การใช้งานหลัก

  • ช่วยผู้ป่วยที่มีภาวะขาดออกซิเจนหรือหายใจลำบาก
  • ใช้ในห้องผ่าตัดและห้อง ICU
  • ใช้กับเครื่องช่วยหายใจและเครื่องดมยาสลบ
  • ใช้ในงานกู้ชีพ–ฉุกเฉิน

 คุณสมบัติเด่น

  • ความบริสุทธิ์สูง (มากกว่า 99%)
  • ปลอดภัย ได้มาตรฐานการแพทย์
  • จำเป็นต่อการรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลและคลินิก

ก๊าซไนโตรเจน (Nitrogen, N₂) 

 คุณสมบัติ

  • เป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่ติดไฟ
  • มีความเฉื่อย ไม่ทำปฏิกิริยาง่ายกับสารอื่น

 การใช้งาน

  • อุตสาหกรรมอาหาร  ใช้ถนอมอาหาร บรรจุภัณฑ์อาหารให้คงความสด
  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์  ใช้ในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์
  • อุตสาหกรรมเหล็กและโลหะ  ใช้แทนที่ออกซิเจนเพื่อลดการเกิดสนิมและการออกซิไดซ์
  • ทางการแพทย์  ใช้ผสมกับก๊าซอื่นเพื่อทำการรักษาหรือวิจัย

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide, CO₂) 

คุณสมบัติ

  • ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี
  • หนักกว่าอากาศ
  • ไม่ติดไฟ

การใช้งาน

  • อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม  ใช้ทำให้เกิดความซ่าของน้ำอัดลม และใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหาร
  • งานเชื่อมโลหะ  ใช้เป็นก๊าซปกคลุมในงานเชื่อม MIG/MAG
  • ดับเพลิง  ใช้เป็นสารดับเพลิงในถังดับเพลิง CO₂
  • การแพทย์  ใช้ในการส่องกล้องหรือการผ่าตัดบางประเภท

ก๊าซอาร์กอน (Argon, Ar) 

คุณสมบัติ

  • เป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่ติดไฟ
  • มีความเฉื่อยสูง ไม่ทำปฏิกิริยากับสารอื่นง่าย

การใช้งาน

  • งานเชื่อมโลหะ  ใช้เป็นก๊าซปกคลุมในงานเชื่อม TIG และ MIG เพื่อป้องกันการเกิดออกซิเดชัน
  • อุตสาหกรรมแก้วและหลอดไฟ  ใช้บรรจุในหลอดไฟเพื่อยืดอายุการใช้งาน
  • การแพทย์และวิจัย  ใช้ในห้องปฏิบัติการที่ต้องการบรรยากาศเฉื่อย

ก๊าซฮีเลียม (Helium, He) 

คุณสมบัติ

  • ก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เบากว่าอากาศ
  • ไม่ติดไฟ และไม่ทำปฏิกิริยากับสารอื่น
  • มีความปลอดภัยสูง

การใช้งาน

  • บรรจุลูกโป่ง / บอลลูน  ใช้แทนอากาศเพื่อความปลอดภัย (ไม่ติดไฟ)
  • อุตสาหกรรมการแพทย์  ใช้ผสมกับออกซิเจนช่วยผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ
  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และวิจัย  ใช้ในการทำความเย็น (Cryogenics) และอุปกรณ์ซูเปอร์คอนดักเตอร์
  • งานเชื่อมโลหะ  ใช้เป็นก๊าซปกคลุมร่วมกับอาร์กอนในงานเชื่อมบางประเภท

ก๊าซอะเซทิลีน (Acetylene, C₂H₂) 

คุณสมบัติ

  • ก๊าซไม่มีสี แต่มีกลิ่นเฉพาะตัว
  • เป็นเชื้อเพลิงที่ให้ความร้อนสูงที่สุดในบรรดาก๊าซเชื้อเพลิง
  • ติดไฟง่าย ต้องจัดเก็บอย่างปลอดภัย

การใช้งาน

  • งานตัด–เชื่อมโลหะ  ใช้ร่วมกับออกซิเจนในกระบวนการเชื่อม–ตัดโลหะ ให้เปลวไฟที่ร้อนและคม
  • อุตสาหกรรมการผลิต  ใช้ในกระบวนการทางเคมีเพื่อผลิตสารตั้งต้น เช่น พลาสติก หรือสารเคมีอื่นๆ
  • งานซ่อมบำรุง  ใช้ตัดเหล็ก ซ่อมเครื่องจักร และโครงสร้างโลหะ

ก๊าซแอมโมเนีย (Ammonia, NH₃) 

คุณสมบัติ

  • ก๊าซไม่มีสี แต่มีกลิ่นฉุนแรง
  • ละลายในน้ำได้ดี เกิดเป็นสารละลายแอมโมเนีย
  • เป็นสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ต้องใช้อย่างระมัดระวัง

การใช้งาน

  • อุตสาหกรรมปุ๋ย  ใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตปุ๋ยยูเรียและแอมโมเนียมไนเตรต
  • อุตสาหกรรมทำความเย็น  ใช้เป็นสารทำความเย็นในระบบทำความเย็นอุตสาหกรรม (Refrigerant)
  • อุตสาหกรรมเคมี  ใช้เป็นวัตถุดิบผลิตกรดไนตริก และสารประกอบเคมีอื่น ๆ
  • การทำความสะอาด  ใช้เป็นส่วนผสมในน้ำยาทำความสะอาดบางประเภท

แก๊สไนโตรเจนเหลว (Liquid Nitrogen, LN₂) 

คุณสมบัติ

  • ไนโตรเจนในสถานะของเหลว อุณหภูมิต่ำมาก (−196 °C)
  • ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่ติดไฟ
  • ระเหยกลายเป็นก๊าซได้อย่างรวดเร็ว

การใช้งาน

  • การแพทย์  ใช้ในการเก็บรักษาเซลล์ เลือด ตัวอย่างชีวภาพ และการรักษาด้วยความเย็น (Cryotherapy)
  • อุตสาหกรรมอาหาร  ใช้แช่แข็งอาหารอย่างรวดเร็ว (IQF) เพื่อคงความสด
  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์  ใช้ในกระบวนการที่ต้องการอุณหภูมิต่ำมาก

งานวิจัยและวิทยาศาสตร์  ใช้สร้างสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำพิเศษ

แก๊ส LPG (Liquefied Petroleum Gas) คือ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดชนิดหนึ่งที่ถูกอัดให้อยู่ในรูปของเหลวภายในถัง สามารถนำมาใช้ได้หลากหลาย เช่น

คุณสมบัติหลักของ LPG

  1. เป็นก๊าซแต่เก็บในรูปของเหลว – ทำให้สะดวกในการขนส่งและจัดเก็บ
  2. ไม่มีกลิ่นโดยธรรมชาติ – แต่ผู้ผลิตมักเติมสารให้มีกลิ่นเฉพาะเพื่อความปลอดภัย
  3. ติดไฟได้ง่าย – ใช้เป็นเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้งานหลัก

  1. ในครัวเรือน: ใช้กับเตาแก๊สหุงต้ม
  2. ในอุตสาหกรรม: ใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องจักรหรือเตาหลอม
  3. ในยานยนต์: ใช้เป็นเชื้อเพลิงทางเลือก (LPG รถยนต์)

ข้อควรระวัง

  1. เก็บให้ห่างจากเปลวไฟและแสงแดด
  2. ตรวจสอบถังและสายแก๊สอย่างสม่ำเสมอ
  3. ระบายอากาศในพื้นที่ใช้งานเพื่อป้องกันการสะสมของก๊าซ