อะเซทิลีน...ประโยชน์และเกล็ดความรู้

ก๊าซอะเซทิลีน เป็นแก๊สที่ไม่มีสี อะเซทิลีน ไม่มีกลิ่น ติดไฟง่ายโดยธรรมชาติ แต่ผู้ผลิตจะเติมกลิ่น กระเทียม เข้าไป เพื่อเตือนผู้ใช้ในกรณีเกิดการรั่ว อะเซทิลีน เป็นแก๊สไม่เสถียร ดังนั้นท่อแก๊สจึงถูกออกแบบพิเศษเพื่อใช้ในการเก็บ อะเซทิลีน

การนำแก๊สอะเซทิลีน ไปใช้งาน

ใช้ในงานตัด งานเซาะร่อง ตัดเหล็ก โลหะ การเผาให้ความร้อน งานทำความสะอาดเคลือบผิวแข็ง หรือปัดเป่าผงฝุ่นโลหะ ด้วยเปลวไฟ

การนำแก๊สอะเซทิลีน ไปใช้งาน

อะเซทิลีน ถูกใช้เป็นแก๊สเชื้อเพลิงในอุสาหกรรมด้วย ออกซิเจนอะเซทิลีน

 ใช้ในงานตัด งานเซาะร่อง ตัดเหล็ก โลหะ การเผาให้ความร้อน งานทำความสะอาดเคลือบผิวแข็ง หรือปัดเป่าผงฝุ่นโลหะ ด้วยเปลวไฟและในอีกหลายกระบวนการ ให้ความร้อนสูง 3,100 C เนื่องจากแก๊ส อะเซทิลีน เผาไหม้ให้อุหภูมิเปลวสูง อะเซทิลีน จึงเป็นแก๊สชนิดเดียวที่ใช้เผากับออกซิเจน แล้วสามารถเชื่อมเหล็กได้

ข้อควรรู้ เกี่ยวกับอะเซทิลีน

อะเซทิลีน ถูกใช้เป็นแก๊สเชื้อเพลิงในอุสาหกรรมด้วย ออกซิเจนอะเซทิลีน

ตั้งท่อ แก๊สอะเซทิลีน ในแนวดิ่งตลอดเวลา (อย่านอนท่อ) เพราะหากเกิดการรั่วไหลและไฟไหม้ จะทำให้แก๊สสามารถลุกลามไปอย่างรวดเร็ว

อะเซทิลีน Acetylene (C2H2) และการสุกของผลไม้

ถ่านแก๊สนี้ก็คือแคลเซียมคาร์ไบด์ ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับน้ำแล้วเกิดเป็น แก๊สอะเซทิลีน ขึ้นมา อะเซทิลีน ตัวนี้มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายกับเอทิลีนมาก จึงทำหน้าที่แทนกันได้ ที่มาของชื่อว่า การบ่มแก๊สก็มาจากการใช้ถ่านแก๊สนี้ในการบ่มผลไม้นั่นเอง 

การสุกของผลไม้เกิดจากสารเคมีตัวหนึ่งเป็นชนิดที่ พืชสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ คือ เอทิลีน เป็นแก๊สและมีผลทำให้ผลไม้ มีการหายใจมากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ภายในผลไม้ เช่น เปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล สีเขียวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือแดง (สุกงอม) แล้วแต่กรณี ปริมาณกรดลดลง ถ้าต้องการให้ผลไม้สุกเร็วขึ้น และสุกสม่ำเสมอ พร้อมกัน สามารถเร่งการสุกได้โดยการบ่มนั่นเอง

เคยได้ยินไหมที่เราได้คนพูดกันว่า ผลไม้ที่บ่มให้สุกด้วยแก๊สนั่น จะมีรสชาติไม่ดี ไม่เหมือนการปล่อยให้สุกตามธรรมชาติ

แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวมา ถ้าเราเข้าใจ กระบวนการสุกของผลไม้อย่างแท้จริงแล้ว จะทราบว่ารสชาติของผลไม้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการบ่ม แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของผลไม้นั้นเอง ก่อนที่จะนำมาบ่ม ถ้าเราเอาผลไม้อ่อนมาบ่มหรือปล่อยให้สุกตามธรรมชาติก็ตาม รสชาติย่อมไม่ดีเท่าผลไม้ที่แก่จัด เพราะว่าผลไม้อ่อนยังสะสมสารอาหารไม่เต็มที่

ยกตัวอย่างวิธีการบ่มมะม่วงตามภูมิปัญญาชาวบ้าน เช่น การนำมะม่วงไปซุกไว้ในโอ่งข้าวสารหรือซุกในผ้าหนาๆ จะสุกเร็วกว่าปกติ หรือใช้ใบพริกหรือใบขี้เหล็กมาคลุมกองผลมะม่วงจะทำให้สุกเร็วขึ้นและสม่ำเสมอมากขึ้น

ความจริงแล้วอธิบายได้ง่ายๆ คือ ใบขี้เหล็กก็ตาม หรือใบพริก เมื่อเก็บมาจากต้นก็ยังไม่ตายและยังหายใจได้ รวมทั้งสามารถสร้างแก๊สเอทิลีนได้ ซึ่งเอทิลีนที่ได้จากใบไม้เหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้ผลมะม่วงสร้างเอทิลีนขึ้นมาภายในผลได้เร็วขึ้น เอทิลีนที่สร้างขึ้นมานี้ ผนวกกับเอทิลีนที่ใบขี้เหล็กหรือใบพริกสร้างขึ้นก็จะไปกระตุ้นให้มะม่วงหายใจมากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล หรือเรียกได้ว่าเริ่มกระบวนการสุก

ส่วนการที่เอาผลมะม่วงไปกลบไว้ในกองข้าวสารก็เป็นการห่อหุ้มไว้ไม่ให้แก๊สเอทิลีนที่ผลมะม่วงสร้างขึ้นมา ระเหยหายไปในอากาศหมด การสุกจึงเกิดได้เร็วขึ้น ปัจจุบันเราไม่ค่อยได้ใช้วิธีการเหล่านั้นแล้ว แต่ใช้การห่อผลมะม่วงแต่ละผล หรือคลุมด้วยผ้าหรือกระสอบ 

            ทั้งหมดนี้เป็นการป้องกันไม่ให้เอทิลีนที่ผลไม้สร้างขึ้นมาระเหยไปในอากาศหมด จะเห็นได้ว่า ในการสุกตามธรรมชาติหรือการบ่มด้วยวิธีการดั้งเดิม ก็ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับเอทิลีนด้วยกันทั้งนั้น แต่ไม่เห็นมีใครพูดถึงว่าการบ่ม แบบนั้นทำให้รสชาติผลไม้ไม่ดี เพราะว่าส่วนใหญ่ผลไม้ที่เก็บมาบ่มนั้นก็ล้วนแล้วแต่แก่จัดเหมาะสมทั้งนั้น 

แต่ว่าปัจจุบันเรามีวิธีการที่เร็วกว่าและสะดวกกว่าการบ่มแบบเดิม ก็คือ การใช้แก๊สเอทิลีนโดยตรง หรือใช้ถ่านแก๊ส ซึ่งเป็นของแข็งเหมือนก้อนหิน ถ่านแก๊สนี้ก็คือ แคลเซียมคาร์ไบด์ ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับน้ำแล้วเกิดเป็น แก๊สอะเซทิลีน ขึ้นมา อะเซทิลีน ตัวนี้มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายกับเอทิลีนมาก จึงทำหน้าที่แทนกันได้ ที่มาของชื่อว่า การบ่มแก๊ส ก็มาจากการใช้ถ่านแก๊สนี้ในการบ่มผลไม้นั่นเอง 

            วิธีการบ่มในทางการค้าก็ทำได้ง่ายๆ คือ ในช่วงที่มีการบรรจุผลไม้ลงเข่งก็จะนำเอาถ่านแก๊สมาทุบให้เป็นก้อนเล็กๆ แล้วใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อก้อนถ่านแก๊สเหล่านั้นไว้แล้ววางซุกไว้กลางเข่ง ก่อนที่จะบรรลุผลไม้ลงไปจนเต็มเข่ง ในระหว่างที่มีการขนส่งผลไม้เหล่านี้ไปยังจุดหมายปลายทาง ผลไม้ก็จะมีการคายน้ำออกมา และน้ำเหล่านั้นก็จะทำปฏิกิริยาทางเคมีกับถ่านแก๊สเกิดเป็น แก๊สอะเซทิลีน ขึ้นมา อะเซทินลีน นี้ ก็จะไปกระตุ้นให้ผลไม้สร้างเอทิลีนขึ้นมาอีกทีหนึ่ง และเอทิลีนนั้นก็เป็นตัวการที่ทำให้ผลไม้เริ่มกระบวนการสุกได้

ดังนั้นเมื่อขนส่งผลไม้ถึงปลายทางก็สามารถเอาห่อถ่านแก๊สโยนทิ้งได้เลย เพราะกระบวนการสุกถูกกระตุ้นให้เริ่มขึ้นแล้ว ยังมีวิธีการบ่มแบบอื่นอีก รวมทั้งวิธีการชะลอไม่ให้ผลไม้สุก ไว้คราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังต่อไปครับ

สรุป

ถูกใช้เป็นแก๊สเชื้อเพลิงในอุสาหกรรม ใช้ในงานตัด งานเซาะร่อง ตัดเหล็ก โลหะ การเผาให้ความร้อน งานทำความสะอาดเคลือบผิวแข็ง หรือปัดเป่าผงฝุ่นโลหะ ด้วยเปลวไฟและในอีกหลายกระบวนการ ให้ความร้อนสูง 3,100 C เนื่องจากแก๊ส อะเซทิลีน เผาไหม้ให้อุหภูมิเปลวสูง อะเซทิลีน จึงเป็นแก๊สชนิดเดียวที่ใช้เผากับออกซิเจน แล้วสามารถเชื่อมเหล็กได้ จึงใช้ในงานอุสาหกรรมเป็นส่วนมาก